SAFE
CLEAN
ATTENTIVE

สวัสดีครับ

ในส่วนนี้ ผักอวบ จะมาอธิบายระบบการปลูกพืชของพวกเราชาวบารมีพิรุณกันครับ โดยทุกท่านสามารถเลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการตามรายการด้านล่างได้เลยนะครับ

ระบบปลูกแบบ Plant Factory

เป็นการปลูกพืชแนวดิ่งในระบบปิด (Indoor Vertical Farming) ที่สามารถควบคุมปัจจัยทั้งหมดที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ เช่น แสง น้ำ สารอาหาร อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ โดยปลูกในห้องปิดมิดชิดที่มีความสะอาดสูงมาก โดยสิ่งที่ทำให้บารมีพิรุณแตกต่างจาก Plant Factory ทั่วไป คือ 

1. เราเลือกที่จะปลูกพืชในห้องแบบ Biological Clean Room (BCR) Class 100 ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมยา พนักงานทุกคนจะสวมชุด PE/PPE และอุปกรณ์ป้องกันการปนเปื้อนพร้อมเดินผ่านม่านอากาศ (Air Shower) ทุกครั้งก่อนเข้าสู่ไลน์ปลูก เพื่อดักฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ทำให้สามารถเรียกได้ว่า พืชของเราเป็นพืชแบบ Medical Grade ครับ

2. ระบบการปลูกของโรงงานเราเป็นแบบ Semi-Auto โดยมีการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ IoT และ Software ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโรงงานเรา เพื่อให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ 100% ไม่ว่าจะเป็น การให้แสง การปรับความเข้มแสง การเติมสารอาหารอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าสารอาหารไม่ได้ตามที่พืชต้องการ การปรับอุณหภูมิและความชื้น รวมถึงการหมุนเวียนอากาศและเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อัตโนมัติ พร้อมทั้งมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาพัฒนาการปลูกให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

3. เรามีองค์ความรู้ในการปลูกพืชหลากหลายชนิด มีทีมวิจัยและพัฒนาที่พร้อมจะผลิตผักคุณภาพ ที่มีสารอาหารตามที่ท่านต้องการ เรามี Plant Scientist และ Plant Factory Staff ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เข้าใจถึงสรีรวิทยาและพันธุศาสตร์ของพืชอย่างแท้จริง

4. ระบบการปลูกพืชของเราเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีการปล่อยของเสียออกสู่ธรรมชาติ เนื่องจากการปลูกของเราใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกแบบธรรมดาถึง 92% ใช้พื้นที่ปลูกน้อยกว่า 90% ของการปลูกแบบธรรมดา และที่สำคัญคือการลดการใช้พลังงานในการขนส่งลงได้กว่า 95% เนื่องจากโรงงานปลูกพืชของเราตั้งในอยู่ในกรุงเทพ ทำให้การขนส่งไปยังผู้บริโภคที่อยู่ในเมืองใช้ทรัพยากรน้อยกว่า

วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้

สำหรับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ผมขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ

1. ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ทางเราได้ทำการคัดสรรวัสดุชั้นเยี่ยมเริ่มตั้งแต่การทำห้องที่เราใช้ Sandwich Panel สั่งทำโดยใช้เหล็ก BlueScope ZACS® ที่ผลิตโดยวิทยาการจากประเทศออสเตรเลีย รวมถึงพื้นเราใช้พื้นประเภท PU-MF ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดีกว่าพื้น Epoxy ในส่วนของรางปลูกเรามีการสั่งทำโครงชั้นปลูกโดยใช้เหล็กชุบกันสนิมแบบ Food Grade จากผู้ผลิตที่มีใบรับรองมาตรฐาน ที่สำคัญคือ ระบบไฟ เราได้ใช้ผู้เชี่ยวชาญในด้านการผลิตไฟปลูกพืช ที่มีการวิจัยและพัฒนาหลอดไฟ LED สำหรับปลูกพืชโดยเฉพาะ และระบบน้ำ ทางโรงงานของเราได้ใช้น้ำ Reverse Osmosis(RO) ที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV เพื่อให้ได้น้ำที่มีความสะอาดสูงมาใช้ในการปลูกพืชและล้างวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ แทนการใช้น้ำประปาเพื่อให้เกิดความสะอาดสูงที่สุดครับ

2. ส่วนวัสดุและอุปกรณ์ปลูก ที่โรงงานปลูกพืชของเราใช้วัสดุ อุปกรณ์ และปุ๋ยแบบ Food Grade ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ที่เราเลือกใช้จะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม (Non-GMO Seeds) เราเลือกฟองน้ำให้เข้ากับชนิดพืชที่เราจะปลูก เราใช้ถ้วยปลูก One Time เพื่อป้องกันการปนเปื้อนการจากใช้ซ้ำ โดยเราจะนำถ้วยปลูกที่ใช้แล้วส่งโรงงานแปรรูปเพื่อเป็นการลดขยะที่เกิดจากพลาสติกไปในตัว ในส่วนของปุ๋ยเราทำการผสมปุ๋ยเองโดยเรามีห้องผสมปุ๋ยโดยเฉพาะ ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผสมนั้นเราได้มาจากผู้ขายที่มีใบรับรองมาตรฐาน ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง ท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ผลผลิตของเรามีความปลอดภัยที่สูงกว่าการปลูกโดยใช้วัสดุหรือปุ๋ยแบบทั่วไปครับ

กระบวนการปลูก

กระบวนการในการปลูกพืชแต่ละชนิดของเราเริ่มตั้งแต่การเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมในชั้นอนุบาล จากนั้นเมื่อพืชโตขึ้นระยะหนึ่งเราจะย้ายต้นที่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่ชั้นปลูกหลัก หลังจากนั้นเราจะทำให้พืชเข้าสู่ “สภาวะในอุดมคติ” (Ideal Conditions) โดยสภาวะนี้ คือ การที่เราจะปรับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อาทิ ความเข้มแสง สารอาหาร อุณหภูมิ หรือความชื้นในอากาศ ให้เป็นสภาพแวดล้อมที่พืชนั้น ๆ สามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุด เพื่อเร่งกระบวนการเติบโตของพืชให้ถึงขีดสุด ทำให้ระยะเวลาในการปลูกสั้นลง แต่สารอาหารสำคัญในพืชเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นพอพืชเติบโตถึงขีดสุดเราจะหยุดสภาวะนี้ลง เข้าสู่ช่วง Cooldown เพื่อลดความเหนื่อยล้าของพืช ช่วยในการลดค่า Nitrate ของพืชไปในตัวก่อนนำส่งให้ถึงมือท่าน และเพื่อให้ท่านมั่นใจยิ่งขึ้นผมขอบอกเลยครับว่าทาง Plant Factory ของเราไม่มีการใช้ยาหรือสารฆ่าแมลงทุกชนิดในทุก ๆ ขั้นตอนของกระบวนการปลูกและขนส่ง ทำให้ผลผลิตที่ได้มีความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากแบคทีเรียและสารตกค้างจากการใช้สารอันตรายต่าง ๆ เหนือกว่าการปลูกแบบออแกร์นิกหรือไฮโดรโปนิกส์ของเกษตรกรบางรายที่อาจมีการแอบฉีดพ่นยาฆ่าแมลงและสารอันตรายต่าง ๆ ในขั้นตอนของการปลูกและการขนส่งครับ

กระบวนการบรรจุหีบห่อ

หลักจากเก็บเกี่ยวทางเราจะทำการตัดแต่งด้วยวิธีพิเศษ และชั่งน้ำหนักของพืชที่ได้พร้อมทั้งทำการบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้ โดยวัสดุที่เราเลือกมาทำบรรจุภัณฑ์จะมีทั้งวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmentally Friendly) ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และวัสดุที่ควบคุมการผ่านของก๊าซและไอน้ำ (Gas and Vapor Permeability Controlled Film) ที่ถูกวิจัยโดยสวทช.และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยวัสดุประเภทนี้จะทำให้ท่านสามารถเก็บผลผลิตของเราได้ยาวนานขึ้น 2-5 เท่า หลังจากที่บรรจุลงบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้วเราจะนำไปเก็บไว้ในห้องเย็น/ตู้แช่ เพื่อคงความสมบูรณ์ของผลผลิตก่อนนำส่งให้ท่านต่อไปครับ

การตรวจสอบคุณภาพ

เรามีการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ก่อนผลิต ระหว่างผลิต และหลังผลิต โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนได้ดังนี้

1. ส่วนวัตถุดิบ (Input) และผลผลิต (Output) ทางเราได้ทำการใช้วิธีการสุ่มตรวจ (Acceptance Sampling) ตั้งแต่ก่อนผลิต คือ เราจะทำการสุ่มเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ฟองน้ำ บรรจุภัณฑ์ และถ้วยปลูกบางส่วนมาตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่เราวางไว้ สามารถนำไปผลิตเพื่อให้ได้พืชที่มีคุณภาพ และหลังการผลิต เราจะทำการสุ่มตรวจพืชบางส่วน เพื่อเป็นการการันตีว่าผลผลิตของเรามีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่เราวางไว้ก่อนส่งมอบให้ท่าน

2. ส่วนกระบวนการผลิต (Process) เรามีการใช้ระบบอัตโนมัติในการตรวจสอบ รวมถึงมีการตรวจสอบระบบประจำไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่าระบบอัตโนมัติสามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นไปตามระบบการประกันคุณภาพที่เราได้วางไว้ นอกเหนือจากระบบอัตโนมัติแล้วเรายังมีผู้เชี่ยวชาญด้านพืชคอยตรวจสอบและสังเกตุกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในสภาวะอุดมคติของพืช เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติกับผลผลิต รวมถึงมีการนำพืชจำนวนหนึ่งมาวัดสารอาหารและทดสอบปริมาณสารสำคัญ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้

การจัดเก็บสินค้า

หลังจากที่ผลผลิตถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว พืชเหล่านั้นจะถูกส่งผ่าน Pass Box ไปยังส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. ส่วนค้าปลีก/ส่ง ในส่วนนี้พืชจะถูกนำไปแช่เย็นในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อรอขนส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ ต่อไป

2. ส่วนแปรรูป พืชบางส่วนจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ เช่น Plant-based food เพื่อจำหน่ายให้คู่ค้าต่อไป

3. ส่วนประกอบอาหาร เนื่องด้วยทางเรามีบริการนำพืชและผักบางชนิด มาผลิตเป็นอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายให้กับท่านที่มายัง Café ดังนั้นพืชในส่วนนี้จะถูกนำออกจากโรงงานมาประกอบอาหารโดยตรง เพื่อให้ท่านได้รับความสดและคุณค่าทางของพืชนั้น ๆ อย่างเต็มที่

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับระบบปลูกพืชภายในโรงงานปลูกพืช Plant Factory ของพวกเราชาวบารมีพิรุณ หากท่านใดสนใจผลผลิตของเราสามารถคลิก link ด้านล่างได้เลยครับ ตอนนี้ ผักอวบ ขอตัวไปส่งผักก่อนนะครับ 

การลงทุนที่ดีและคุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในสุขภาพของตัวท่านเองครับ

SAFE
CLEAN
ATTENTIVE

SAFE
CLEAN
ATTENTIVE

สวัสดีครับ

ในส่วนนี้ ผักอวบ จะมาอธิบายระบบการปลูกพืชของพวกเราชาวบารมีพิรุณกันครับ โดยทุกท่านสามารถเลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการตามรายการด้านล่างได้เลยนะครับ

สวัสดีครับ

ในส่วนนี้ น้องผักอวบ จะมาอธิบายระบบการปลูกพืชของพวกเราชาวบารมีพิรุณกันครับ โดยทุกท่านสามารถเลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการตามรายการด้านล่างได้เลยนะครับ

ระบบปลูกแบบ Plant Factory

เป็นการปลูกพืชแนวดิ่งในระบบปิด (Indoor Vertical Farming) ที่สามารถควบคุมปัจจัยทั้งหมดที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ เช่น แสง น้ำ สารอาหาร อุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ โดยปลูกในห้องปิดมิดชิดที่มีความสะอาดสูงมาก โดยสิ่งที่ทำให้บารมีพิรุณแตกต่างจาก Plant Factory ทั่วไป คือ 

1. เราเลือกที่จะปลูกพืชในห้องแบบ Biological Clean Room (BCR) Class 100 ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมยา พนักงานทุกคนจะสวมชุด PE/PPE และอุปกรณ์ป้องกันการปนเปื้อนพร้อมเดินผ่านม่านอากาศ (Air Shower) ทุกครั้งก่อนเข้าสู่ไลน์ปลูก เพื่อดักฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ทำให้สามารถเรียกได้ว่า พืชของเราเป็นพืชแบบ Medical Grade ครับ

2. ระบบการปลูกของโรงงานเราเป็นแบบ Semi-Auto โดยมีการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ IoT และ Software ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโรงงานเรา เพื่อให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ 100% ไม่ว่าจะเป็น การให้แสง การปรับความเข้มแสง การเติมสารอาหารอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าสารอาหารไม่ได้ตามที่พืชต้องการ การปรับอุณหภูมิและความชื้น รวมถึงการหมุนเวียนอากาศและเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อัตโนมัติ พร้อมทั้งมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาพัฒนาการปลูกให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

3. เรามีองค์ความรู้ในการปลูกพืชหลากหลายชนิด มีทีมวิจัยและพัฒนาที่พร้อมจะผลิตผักคุณภาพ ที่มีสารอาหารตามที่ท่านต้องการ เรามี Plant Scientist และ Plant Factory Staff ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เข้าใจถึงสรีระวิทยาและพันธุศาสตร์ของพืชอย่างแท้จริง

4. ระบบการปลูกพืชของเราเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีการปล่อยของเสียออกสู่ธรรมชาติ เนื่องจากการปลูกของเราใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกแบบธรรมดาถึง 92% ใช้พื้นที่ปลูกน้อยกว่า 90% ของการปลูกแบบธรรมดา และที่สำคัญคือการลดการใช้พลังงานในการขนส่งลงได้กว่า 95% เนื่องจากโรงงานปลูกพืชของเราตั้งในอยู่ในกรุงเทพ ทำให้การขนส่งไปยังผู้บริโภคที่อยู่ในเมืองใช้ทรัพยากรน้อยกว่า

วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้

สำหรับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ผมขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ

1. ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ทางเราได้ทำการคัดสรรวัสดุชั้นเยี่ยมเริ่มตั้งแต่การทำห้องที่เราใช้ Sandwich Panel สั่งทำโดยใช้เหล็ก BlueScope ZACS® ที่ผลิตโดยวิทยาการจากประเทศออสเตรเลีย รวมถึงพื้นเราใช้พื้นประเภท PU-MF ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดีกว่าพื้น Epoxy ในส่วนของรางปลูกเรามีการสั่งทำโครงชั้นปลูกโดยใช้เหล็กชุบกันสนิมแบบ Food Grade จากผู้ผลิตที่มีใบรับรองมาตรฐาน ที่สำคัญคือ ระบบไฟ เราได้ใช้ผู้เชี่ยวชาญในด้านการผลิตไฟปลูกพืช ที่มีการวิจัยและพัฒนาหลอดไฟ LED สำหรับปลูกพืชโดยเฉพาะ และระบบน้ำ ทางโรงงานของเราได้ใช้น้ำ Reverse Osmosis(RO) ที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV เพื่อให้ได้น้ำที่มีความสะอาดสูงมาใช้ในการปลูกพืชและล้างวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ แทนการใช้น้ำประปาเพื่อให้เกิดความสะอาดสูงที่สุดครับ

2. ส่วนวัสดุและอุปกรณ์ปลูก ที่โรงงานปลูกพืชของเราใช้วัสดุ อุปกรณ์ และปุ๋ยแบบ Food Grade ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ที่เราเลือกใช้จะต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม (Non-GMO Seeds) เราเลือกฟองน้ำให้เข้ากับชนิดพืชที่เราจะปลูก เราใช้ถ้วยปลูก One Time เพื่อป้องกันการปนเปื้อนการจากใช้ซ้ำ โดยเราจะนำถ้วยปลูกที่ใช้แล้วส่งโรงงานแปรรูปเพื่อเป็นการลดขยะที่เกิดจากพลาสติกไปในตัว ในส่วนของปุ๋ยเราทำการผสมปุ๋ยเองโดยเรามีห้องผสมปุ๋ยโดยเฉพาะ ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผสมนั้นเราได้มาจากผู้ขายที่มีใบรับรองมาตรฐาน ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง ท่านสามารถมั่นใจได้ว่า ผลผลิตของเรามีความปลอดภัยที่สูงกว่าการปลูกโดยใช้วัสดุหรือปุ๋ยแบบทั่วไปครับ

กระบวนการปลูก

กระบวนการในการปลูกพืชแต่ละชนิดของเราเริ่มตั้งแต่การเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมในชั้นอนุบาล จากนั้นเมื่อพืชโตขึ้นระยะหนึ่งเราจะย้ายต้นที่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่ชั้นปลูกหลัก หลังจากนั้นเราจะทำให้พืชเข้าสู่ “สภาวะในอุดมคติ” (Ideal Conditions) โดยสภาวะนี้ คือ การที่เราจะปรับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อาทิ ความเข้มแสง สารอาหาร อุณหภูมิ หรือความชื้นในอากาศ ให้เป็นสภาพแวดล้อมที่พืชนั้น ๆ สามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุด เพื่อเร่งกระบวนการเติบโตของพืชให้ถึงขีดสุด ทำให้ระยะเวลาในการปลูกสั้นลง แต่สารอาหารสำคัญในพืชเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นพอพืชเติบโตถึงขีดสุดเราจะหยุดสภาวะนี้ลง เข้าสู่ช่วง Cooldown เพื่อลดความเหนื่อยล้าของพืช ช่วยในการลดค่า Nitrate ของพืชไปในตัวก่อนนำส่งให้ถึงมือท่าน และเพื่อให้ท่านมั่นใจยิ่งขึ้นผมขอบอกเลยครับว่าทาง Plant Factory ของเราไม่มีการใช้ยาหรือสารฆ่าแมลงทุกชนิดในทุก ๆ ขั้นตอนของกระบวนการปลูกและขนส่ง ทำให้ผลผลิตที่ได้มีความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากแบคทีเรียและสารตกค้างจากการใช้สารอันตรายต่าง ๆ เหนือกว่าการปลูกแบบออแกร์นิกหรือไฮโดรโปนิกส์ของเกษตรกรบางรายที่อาจมีการแอบฉีดพ่นยาฆ่าแมลงและสารอันตรายต่าง ๆ ในขั้นตอนของการปลูกและการขนส่งครับ

กระบวนการบรรจุหีบห่อ

หลักจากเก็บเกี่ยวทางเราจะทำการตัดแต่งด้วยวิธีพิเศษ และชั่งน้ำหนักของพืชที่ได้พร้อมทั้งทำการบรรจุลงบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้ โดยวัสดุที่เราเลือกมาทำบรรจุภัณฑ์จะมีทั้งวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmentally Friendly) ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และวัสดุที่ควบคุมการผ่านของก๊าซและไอน้ำ (Gas and Vapor Permeability Controlled Film) ที่ถูกวิจัยโดยสวทช.และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยวัสดุประเภทนี้จะทำให้ท่านสามารถเก็บผลผลิตของเราได้ยาวนานขึ้น 2-5 เท่า หลังจากที่บรรจุลงบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้วเราจะนำไปเก็บไว้ในห้องเย็น/ตู้แช่ เพื่อคงความสมบูรณ์ของผลผลิตก่อนนำส่งให้ท่านต่อไปครับ

การตรวจสอบคุณภาพ

เรามีการตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ก่อนผลิต ระหว่างผลิต และหลังผลิต โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ส่วนได้ดังนี้

1. ส่วนวัตถุดิบ (Input) และผลผลิต (Output) ทางเราได้ทำการใช้วิธีการสุ่มตรวจ(Acceptance Sampling) ตั้งแต่ก่อนผลิต คือ เราจะทำการสุ่มเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ฟองน้ำ บรรจุภัณฑ์ และถ้วยปลูกบางส่วนมาตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่เราวางไว้ สามารถนำไปผลิตเพื่อให้ได้พืชที่มีคุณภาพ และหลังการผลิต เราจะทำการสุ่มตรวจพืชบางส่วน เพื่อเป็นการการันตีว่าผลผลิตของเรามีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่เราวางไว้ก่อนส่งมอบให้ท่าน

2. ส่วนกระบวนการผลิต (Process) เรามีการใช้ระบบอัตโนมัติในการตรวจสอบ รวมถึงมีการตรวจสอบระบบประจำไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่าระบบอัตโนมัติสามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นไปตามระบบการประกันคุณภาพที่เราได้วางไว้ นอกเหนือจากระบบอัตโนมัติแล้วเรายังมีผู้เชี่ยวชาญด้านพืชคอยตรวจสอบและสังเกตุกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในสภาวะอุดมคติของพืช เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติกับผลผลิต รวมถึงมีการนำพืชจำนวนหนึ่งมาวัดสารอาหารและทดสอบปริมาณสารสำคัญ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้

การจัดเก็บสินค้า

หลังจากที่ผลผลิตถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว พืชเหล่านั้นจะถูกส่งผ่าน Pass Box ไปยังส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1. ส่วนค้าปลีก/ส่ง ในส่วนนี้พืชจะถูกนำไปแช่เย็นในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อรอขนส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ ต่อไป

2. ส่วนแปรรูป พืชบางส่วนจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ เช่น Plant-based food เพื่อจำหน่ายให้คู่ค้าต่อไป

3. ส่วนประกอบอาหาร เนื่องด้วยทางเรามีบริการนำพืชและผักบางชนิด มาผลิตเป็นอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายให้กับท่านที่มายัง Café ดังนั้นพืชในส่วนนี้จะถูกนำออกจากโรงงานมาประกอบอาหารโดยตรง เพื่อให้ท่านได้รับความสดและคุณค่าทางของพืชนั้น ๆ อย่างเต็มที่

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับระบบปลูกพืชภายในโรงงานปลูกพืช Plant Factory ของพวกเราชาวบารมีพิรุณ หากท่านใดสนใจผลผลิตของเราสามารถคลิก link ด้านล่างได้เลยครับ ผักอวบ ขอตัวไปส่งผักก่อนนะครับ สวัสดีครับ

“การลงทุนที่ดีและคุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในสุขภาพของตัวท่านเองครับ”

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับระบบปลูกพืชภายในโรงงานปลูกพืช Plant Factory ของพวกเราชาวบารมีพิรุณ หากท่านใดสนใจผลผลิตของเราสามารถคลิก link ด้านล่างได้เลยครับ น้องผักอวบ ขอตัวไปส่งผักก่อนนะครับ สวัสดีครับ

“การลงทุนที่ดีและคุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในสุขภาพของตัวท่านเองครับ”